สารจากประธานกรรมการ

thumb_msg_from

        ในปี 2566 ถือเป็นปีที่ท้าทายเป็นอย่างมากของ บริษัท เอเซีย พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการที่สำคัญ โดยบริษัทฯ จำหน่ายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของ บริษัท เอเชีย พรีซิชั่น เอ.ที. จำกัด (“APAT”) ซึ่งเป็นบริษัทด้านธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท

        บริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ และปรับโครงสร้างการถือครองหุ้นของ บริษัท เอเซีย เวสต์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (“AWE”) เพื่อรองรับการขยายตัวในธุรกิจโรงไฟฟ้า และบริษัท เอทู วอเตอร์ เมเนจเม้นท์ จำกัด (“A2W”) เพื่อรองรับ ธุรกรรมในอุตสาหกรรมการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นบริษัทด้านธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและก่อสร้าง Engineering Procurement Construction (“EPC”) เดิมถือหุ้นโดยบริษัท เอทู เทคโนโลยี จำกัด (“A2”) มาเป็นการถือหุ้นโดยตรงจากบริษัทแม่

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายพัฒนาให้ธุรกิจ EPC ขึ้นเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง จึงได้ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยจัดตั้งบริษัท เอทู เทคโนโลยี มองโกเลีย จำกัด เพื่อรองรับแผนงานทางธุรกิจในประเทศมองโกเลีย อย่างไรก็ดี ในปี 2566 ผลประกอบการธุรกิจ EPC ยังไม่เป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากประสบภาวะสงครามส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมีการปรับอัตราดอกเบี้ยหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลกระทบให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรามีความผันผวนและทำให้ต้นทุนสูงขึ้น อีกทั้ง มีการแข่งขันด้านราคาจากคู่แข่งในทางการค้าเป็นอย่างมาก

        ในรอบปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด แต่ลดความรุนแรงลง อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่จะมีการกลายพันธุ์ แต่บริษัทฯ คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบรุนแรงกับกิจการแต่อย่างใด โดยรวมเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงชะลอตัว ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของอุตสาหกรรมยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV)นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และสังคมดิจิทัลยุคใหม่ นำมาซึ่งความท้าทายในการปรับตัวและพัฒนาศักยภาพของบริษัทฯ ตอกย้ำการตัดสินใจออกจากอุตสาหกรรมยานยนต์ออกไปในช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงสร้างมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้สามารถรับมือกับเศรษฐกิจที่มีความผันผวนได้หรือสถานการณ์อื่นใดได้อย่างทันท่วงที

        บริษัทฯ และบริษัทย่อย ตระหนักถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) ใส่ใจผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยยังคงมุ่งมั่นดำรงและรักษาไว้ซึ่งการส่งมอบงาน และบริการที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อให้เป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ และก้าวสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงบริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องตามกฎหมายและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ยึดถือปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างเคร่งครัด โดยทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการ บริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง

        สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ให้ความไว้วางใจและให้ความเชื่อมั่นบริษัทฯ และบริษัทย่อย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานทุกท่าน ที่มุ่งมั่นและทุ่มเทปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจมาเสมอ โดยบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ต่อไป เพื่อช่วยกันพัฒนาศักยภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัท ภายใต้การคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนการสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นต่อไป และขอให้ทุกท่านมีความเจริญรุ่งเรืองและมีสุขภาพดีตลอดปี 2567

(นายณรงค์ วรงศ์เกรียงไกร)
ประธานกรรมการบริษัท